B-Liv Thailand ข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่องทางของแบรนด์ สอบถามข้อมูล 095-397-0015

มีไขมันพอกตับ ออกกำลังกายแบบไหนดี? เริ่มจากการเดินหรือเวทเทรนนิง

ทำความเข้าใจแอโรบิกและการฝึกแรงต้าน วิธีเริ่มจากระดับที่เหมาะกับตนเอง และสิ่งที่ควรถามผู้ดูแลเมื่อมีโรคร่วม

ยังไม่ได้ตรวจทานรายเรื่องโดยแพทย์หรือเภสัชกร · อ่านรายละเอียด

ภาพประกอบรองเท้าออกกำลังกาย ยางยืด ดัมเบล และตับ

การเคลื่อนไหวมีประโยชน์ต่อผู้มีไขมันพอกตับได้แม้น้ำหนักยังไม่ลด การเดินและการฝึกแรงต้านมีบทบาทต่างกัน จึงเลือกผสมตามความสามารถและข้อจำกัด ไม่ต้องเริ่มจากการฝึกหนักหรือใช้สูตรเดียวกับทุกคน

01

ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักอย่างเดียว

NIDDK ระบุว่ากิจกรรมทางกายมีประโยชน์ต่อไขมันพอกตับได้แม้ยังไม่เกิดการลดน้ำหนัก จึงไม่ควรใช้ตาชั่งเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าการออกกำลังกาย “ได้ผล” หรือไม่

การวางกิจวัตรควรมองสิ่งที่ทำได้จริง เช่น เดินสม่ำเสมอขึ้นหรือแบ่งเวลาที่นั่งนาน การเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนละเรื่องกับการยืนยันว่าโรคดีขึ้น ซึ่งยังต้องติดตามตามแผนของผู้รักษา

อ้างอิง: NIDDK — การดูแลไขมันพอกตับและประโยชน์ของกิจกรรมทางกาย

02

แอโรบิกและแรงต้านทำอะไรต่างกัน

การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำเป็นตัวอย่างกิจกรรมแอโรบิก ส่วนการใช้ยางยืด ยกน้ำหนัก หรือฝึกด้วยน้ำหนักตัวเป็นตัวอย่างการฝึกกล้ามเนื้อ CDC แนะนำให้ผู้ใหญ่ทั่วไปมีกิจกรรมทั้งสองลักษณะ โดยผู้มีข้อจำกัดต้องปรับให้เหมาะสม

ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ครบก่อนเริ่ม และไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงแบบเดียว ตารางนี้ใช้ช่วยคุยเรื่องทางเลือก ไม่ใช่ใบสั่งการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยทุกระยะ

เลือกกิจกรรมตามสิ่งที่ทำได้
รูปแบบตัวอย่างข้อที่ควรพิจารณา
แอโรบิก เดินหรือปั่นจักรยาน พื้นที่ ความปลอดภัย และความหนักที่รับไหว
แรงต้าน ยางยืดหรือท่าฝึกพื้นฐาน ท่าที่ถูกต้องและข้อจำกัดของข้อ/กล้ามเนื้อ
ขยับระหว่างวัน ลุกเดินสลับการนั่งนาน เลือกจังหวะที่เข้ากับงานและกิจวัตร

อ้างอิง: CDC — กิจกรรมทางกายสำหรับสุขภาพ

03

เริ่มจากระดับปัจจุบันแล้วค่อยเพิ่ม

หากยังไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว การเริ่มช่วงสั้นแล้วค่อยเพิ่มมีความเป็นไปได้มากกว่ากำหนดตารางหนักทันที เลือกกิจกรรมที่ชอบและวางไว้ในเวลาที่ทำซ้ำได้ เช่น หลังเลิกงานหรือช่วงพัก

ตัวอย่างการวางแผนคือเริ่มจากกิจกรรมหนึ่งที่ทำไหว บันทึกว่ารู้สึกอย่างไร แล้วจึงเพิ่มเวลาหรือความถี่ทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทั้งเวลา ความหนัก และจำนวนวันพร้อมกัน

อ้างอิง: CDC — กิจกรรมทางกายสำหรับสุขภาพ

04

ใครควรปรึกษาก่อนเริ่มโปรแกรม

ผู้มีโรคร่วม ข้อจำกัดการเคลื่อนไหว หรือไม่แน่ใจว่าควรฝึกระดับใด ควรปรึกษาทีมรักษาก่อนใช้ตารางจากคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการวินิจฉัยโรคตับระยะรุนแรงหรือมีอาการผิดปกติอยู่

ข้อมูลที่ช่วยเลือกกิจกรรมได้คือสิ่งที่ทำอยู่แล้ว อาการระหว่างทำ และข้อจำกัดเฉพาะตัว หากเจ็บหน้าอก หน้ามืดจะเป็นลม หรือหอบผิดปกติระหว่างออกแรง ให้หยุดและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ไม่ฝืนเพื่อให้ครบเป้าหมาย

  • ถามว่ามีกิจกรรมหรือท่าที่ควรหลีกเลี่ยงเฉพาะตัวหรือไม่
  • แจ้งยาและโรคร่วมที่อาจมีผลต่อการออกแรง
  • หากมีข้อจำกัด ให้ขอทางเลือกที่ปรับระดับได้

อ้างอิง: CDC — กิจกรรมทางกายสำหรับสุขภาพ NHLBI — ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

05

ใช้บันทึกง่าย ๆ ช่วยให้ทำต่อเนื่อง

บันทึกชนิดกิจกรรม เวลาที่ทำ และความรู้สึกหลังทำก็เพียงพอสำหรับเริ่มต้น เปรียบเทียบกับตัวเองในสัปดาห์ก่อน แทนการแข่งขันกับจำนวนก้าวหรือความหนักของผู้อื่น

เมื่อไปติดตามผล นำบันทึกนี้ไปประกอบกับผลตรวจและคำถามเรื่องการเพิ่มระดับ ผู้ที่น้ำหนักไม่เปลี่ยนไม่ควรหยุดทำกิจกรรมที่เหมาะสมทันที และไม่ควรหยุดการรักษาหรือเลื่อนนัดเพียงเพราะรู้สึกแข็งแรงขึ้น

อ้างอิง: NIDDK — การดูแลไขมันพอกตับและประโยชน์ของกิจกรรมทางกาย

สรุปก่อนปิดหน้า

  • เลือกกิจกรรมที่เหมาะและทำต่อเนื่องได้
  • มองทั้งแอโรบิก แรงต้าน และการขยับระหว่างวัน
  • ติดตามพฤติกรรมร่วมกับแผนดูแล ไม่วัดผลจากน้ำหนักอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. NIDDK — การดูแลไขมันพอกตับและประโยชน์ของกิจกรรมทางกาย
  2. CDC — กิจกรรมทางกายสำหรับสุขภาพ
  3. NHLBI — ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

เมื่อยินยอม เว็บไซต์จะโหลด Google Tag Manager เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและการคลิกไปยังช่องทางติดต่อ คุณเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ