B-Liv Thailand ข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่องทางของแบรนด์ สอบถามข้อมูล 095-397-0015

ไวรัสตับอักเสบซี: ทำไมผล Anti-HCV บวกจึงอาจต้องตรวจต่อ

เข้าใจความต่างของ Anti-HCV และ HCV RNA ขั้นตอนหลังผลคัดกรองบวก และสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการรักษาและการติดเชื้อซ้ำ

ยังไม่ได้ตรวจทานรายเรื่องโดยแพทย์หรือเภสัชกร · อ่านรายละเอียด

ภาพประกอบการตรวจแอนติบอดีและการตรวจ RNA ของไวรัสตับอักเสบซีสองขั้นตอน

Anti-HCV บวกบอกว่าพบแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบซี แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีเชื้ออยู่ในปัจจุบัน โดยทั่วไปต้องตรวจ HCV RNA ต่อเพื่อช่วยตอบคำถามนี้ จึงควรติดตามผลให้ครบก่อนสรุปว่าติดเชื้อหรือหายแล้ว

01

ทำไมต้องแยกการคัดกรองกับการยืนยัน

Anti-HCV เป็นการตรวจแอนติบอดี ซึ่งใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการคัดกรอง ส่วน HCV RNA ตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสเพื่อประเมินการติดเชื้อปัจจุบัน ผลสองชนิดนี้จึงไม่ได้ใช้แทนกัน

CDC แนะนำให้เชื่อมการตรวจแอนติบอดีที่ reactive กับการตรวจ RNA ต่อ การรับผลเพียงใบแรกแล้วหยุดติดตามอาจทำให้ยังไม่ได้คำตอบที่สำคัญต่อการดูแล

อ้างอิง: CDC — การคัดกรองและยืนยันไวรัสตับอักเสบซี

02

ผลบวกของ Anti-HCV ยังมีได้หลายสถานการณ์

ผลแอนติบอดีบวกอาจพบในผู้ที่ยังติดเชื้อ ผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วไม่มีเชื้อในปัจจุบัน หรือบางครั้งเป็นผลบวกลวง จึงต้องมีผลยืนยันและบริบทประกอบ ไม่ตีความว่าทุกคนต้องได้รับยาเหมือนกัน

เมื่อดูรายงาน ให้ตรวจว่ามีชื่อ HCV RNA หรือผลการตรวจยืนยันตามมาหรือยัง และอย่าสับสนคำว่า antibody กับ viral load

อ่านผลเพื่อรู้ว่าต้องถามอะไรต่อ
ผลที่เห็นสิ่งที่ผลยังไม่ตอบ/คำถามต่อ
Anti-HCV reactive หรือ positive มีการตรวจ HCV RNA ต่อแล้วหรือยัง
Anti-HCV positive และ RNA detected ควรพบผู้รักษาเพื่อประเมินการติดเชื้อปัจจุบันและแผนดูแล
Anti-HCV positive และ RNA not detected โดยมากไม่พบการติดเชื้อปัจจุบัน แต่ผู้รักษาต้องดูเหตุสัมผัสล่าสุดและบริบท
Anti-HCV negative หลังเหตุสัมผัสไม่นาน ถามว่าตรวจเร็วเกินไปหรือจำเป็นต้องตรวจเพิ่มหรือไม่

อ้างอิง: CDC — การคัดกรองและยืนยันไวรัสตับอักเสบซี

03

ผลลบช่วงแรกและผลบวกหลังรักษาต้องอ่านตามเวลา

หลังสัมผัสเชื้อใหม่ ๆ การตรวจแต่ละชนิดอาจตรวจพบได้ไม่พร้อมกัน หากมีเหตุเสี่ยงล่าสุด ให้แจ้งวันและลักษณะการสัมผัส เพื่อให้ผู้รักษาเลือกวิธีตรวจและช่วงติดตามที่เหมาะสม

แอนติบอดีอาจยังตรวจพบหลังเชื้อหายแล้ว จึงไม่ใช้ Anti-HCV อย่างเดียวตัดสินว่าการรักษาสำเร็จหรือไม่ ผู้รักษาจะกำหนดการตรวจยืนยันที่เหมาะสมตามแผน

อ้างอิง: CDC — การคัดกรองและยืนยันไวรัสตับอักเสบซี

04

การรักษาและการป้องกันเป็นคนละขั้นตอน

ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีให้หายได้ในคนจำนวนมาก แต่ต้องประเมินก่อนเลือกแผน รวมถึงยาที่ใช้ร่วมกันและสภาพตับ ไม่ซื้อยาตามผลตรวจของคนอื่น

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซี และการเคยหายไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ จึงยังต้องหลีกเลี่ยงการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกัน

อ้างอิง: CDC — ความรู้พื้นฐานไวรัสตับอักเสบซี

05

เตรียมตัวติดต่อหน่วยบริการในไทย

นำรายงานผลทุกใบ บัตรหรือข้อมูลสิทธิการรักษา และรายการยาปัจจุบันไปด้วย กรมควบคุมโรคสื่อสารเรื่องการเพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองและรักษาในประเทศ แต่รายละเอียดบริการควรยืนยันกับหน่วยที่รับตรวจจริง

หากตรวจจากกิจกรรมคัดกรองนอกโรงพยาบาล ให้ถามตั้งแต่รับผลว่าจะตรวจยืนยันต่อที่ไหน ใครเป็นผู้ประสาน และจะติดตามผลอย่างไร ไม่ควรปล่อยให้ผล reactive จบลงเพียงภาพถ่ายในโทรศัพท์

  • ผลคัดกรองบวกมีการส่งตรวจยืนยันต่อแล้วหรือไม่
  • ต้องใช้เอกสารอะไรและนัดหน่วยบริการใด
  • มียาหรือผลิตภัณฑ์ใดที่ต้องแจ้งก่อนประเมินการรักษา
  • หลังจบการรักษาต้องตรวจอะไรและติดตามเมื่อไร

อ้างอิง: กรมควบคุมโรค — การป้องกัน คัดกรอง และเข้าถึงการรักษาไวรัสตับอักเสบ

สรุปก่อนปิดหน้า

  • Anti-HCV กับ HCV RNA ตอบคนละคำถาม
  • ติดตามการตรวจยืนยันให้ครบก่อนสรุปสถานะการติดเชื้อ
  • การรักษาหายไม่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และยังไม่มีวัคซีนสำหรับไวรัสตับอักเสบซี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. CDC — การคัดกรองและยืนยันไวรัสตับอักเสบซี
  2. CDC — ความรู้พื้นฐานไวรัสตับอักเสบซี
  3. กรมควบคุมโรค — การป้องกัน คัดกรอง และเข้าถึงการรักษาไวรัสตับอักเสบ

เมื่อยินยอม เว็บไซต์จะโหลด Google Tag Manager เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและการคลิกไปยังช่องทางติดต่อ คุณเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ