B-Liv Thailand ข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่องทางของแบรนด์ สอบถามข้อมูล 095-397-0015

กาแฟกับสุขภาพตับ: งานวิจัยบอกอะไร และใครควรระวังคาเฟอีน

แยกผลวิจัยเรื่องกาแฟออกจากคำกล่าวอ้างรักษาโรคตับ พร้อมดูคาเฟอีน ส่วนผสมในแก้ว และวิธีตัดสินใจสำหรับคนที่ดื่มอยู่แล้ว

ยังไม่ได้ตรวจทานรายเรื่องโดยแพทย์หรือเภสัชกร · อ่านรายละเอียด

ภาพประกอบกาแฟดำ เมล็ดกาแฟ และตับ

งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับผลลัพธ์ด้านตับบางอย่างที่ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่ากาแฟรักษาโรคตับหรือทุกคนควรเริ่มดื่ม ต้องดูความไวต่อคาเฟอีน โรคร่วม และส่วนผสมที่เติมด้วย

01

คำว่า “สัมพันธ์กับ” ต่างจาก “รักษาได้”

แนวทาง AASLD กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการดื่มกาแฟกับโรคตับที่รุนแรงน้อยกว่า หลักฐานที่ใช้อธิบายประเด็นนี้มีงานสังเกตการณ์รวมอยู่ จึงไม่ควรแปลงเป็นคำรับประกันว่าดื่มแล้วไขมันหรือพังผืดจะหาย

คนที่ดื่มกาแฟกับคนที่ไม่ดื่มอาจมีพฤติกรรมและสุขภาพด้านอื่นต่างกันด้วย เวลาอ่านพาดหัวข่าว ควรมองหาว่างานวิจัยเปรียบเทียบอะไร ศึกษาใคร และวัดผลแบบใด แทนการอ่านเฉพาะตัวเลขที่ดูน่าสนใจ

อ้างอิง: AASLD Practice Guidance — NAFLD: coffee and lifestyle

02

ไม่ใช่ทุกแก้วจะมีคาเฟอีนเท่ากัน

FDA ระบุว่าปริมาณคาเฟอีนต่างกันได้ตามชนิดและขนาดเครื่องดื่ม อีกทั้งแต่ละคนไวต่อคาเฟอีนไม่เท่ากัน คำว่า “หนึ่งแก้ว” จึงไม่ใช่หน่วยที่ใช้กำหนดความเหมาะสมได้โดยไม่ดูรายละเอียด

คาเฟอีนยังมาจากชา เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์อื่นได้ หากจะประเมินว่าดื่มมากหรือน้อย ต้องมองทั้งวัน ไม่ดูเฉพาะแก้วกาแฟตอนเช้า ส่วนกาแฟที่ลดคาเฟอีนก็อาจยังมีคาเฟอีนเหลืออยู่

อ้างอิง: US FDA — คาเฟอีนและความไวที่แตกต่างกันของแต่ละคน

03

แยกกาแฟออกจากสิ่งที่เติมลงไป

เมื่อเลือกเมนู ให้พิจารณาน้ำตาล ไซรัป นมข้น และขนาดที่ดื่มด้วย ไม่ควรนำข้อสรุปเรื่องกาแฟไปเหมารวมว่าเครื่องดื่มกาแฟปรุงหวานทุกแบบให้ผลแบบเดียวกัน

หากคุณชอบดื่มอยู่แล้ว ลองจดสูตรจริงที่สั่งและสิ่งที่ปรับได้ การเปลี่ยนส่วนผสมเป็นเรื่องของการเลือกอาหารประจำวัน ไม่ใช่การสร้างสูตรบำบัดตับ

คำถามก่อนสั่งแก้วเดิม
สิ่งที่พิจารณาคำถามที่ใช้ได้จริง
ขนาดแก้วและจำนวนแก้ว ฉันดื่มรวมเท่าไรในหนึ่งวัน
ส่วนผสมหวาน ลดหรือแยกสิ่งที่เติมได้หรือไม่
คาเฟอีนจากแหล่งอื่น วันนี้มีชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือผลิตภัณฑ์อื่นด้วยไหม
เวลาที่ดื่ม หลังดื่มแล้วการนอนหรืออาการของฉันเปลี่ยนหรือไม่

อ้างอิง: AASLD Practice Guidance — NAFLD: coffee and lifestyle NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ

04

ใครควรระวังหรือถามผู้ดูแลก่อน

หากคาเฟอีนทำให้นอนไม่หลับ ใจสั่น กระวนกระวาย หรือไม่สบายท้อง ควรทบทวนปริมาณและปรึกษาผู้ดูแลหากอาการยังเป็นอยู่ ผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ใช้ยาบางชนิด หรือมีข้อจำกัดทางสุขภาพควรถามเรื่องปริมาณที่เหมาะกับตนเอง

ไม่ใช้ปริมาณที่งานวิจัยกล่าวถึงเป็นเป้าหมายที่ต้องฝืนดื่มให้ถึง และไม่ชดเชยด้วยผงหรือคาเฟอีนเข้มข้น

อ้างอิง: US FDA — คาเฟอีนและความไวที่แตกต่างกันของแต่ละคน

05

คนไม่ดื่มกาแฟต้องเริ่มหรือไม่

ไม่มีเหตุให้บังคับตัวเองเริ่มดื่มเพื่อหวังผลรักษา การดูแลตับยังต้องอาศัยการประเมินสาเหตุ พฤติกรรม และการติดตามตามความเหมาะสม กาแฟไม่แทนการรักษาที่ได้รับอยู่

สำหรับคนที่ดื่มเป็นประจำ ให้คุยเรื่องกาแฟควบคู่กับการนอน เครื่องดื่มอื่น และโรคร่วม หากต้องลดคาเฟอีน ลองขอคำแนะนำวิธีลดที่เหมาะสมแทนการเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันจนไม่รู้ว่าอาการมาจากอะไร

อ้างอิง: AASLD Practice Guidance — NAFLD: coffee and lifestyle US FDA — คาเฟอีนและความไวที่แตกต่างกันของแต่ละคน

สรุปก่อนปิดหน้า

  • ความสัมพันธ์ในงานวิจัยไม่ใช่คำรับประกันการรักษา
  • ประเมินคาเฟอีนทั้งวันและส่วนผสมในแก้ว
  • ไม่ต้องฝืนเริ่มดื่มหรือเพิ่มปริมาณเพื่อหวังผลต่อตับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. AASLD Practice Guidance — NAFLD: coffee and lifestyle
  2. US FDA — คาเฟอีนและความไวที่แตกต่างกันของแต่ละคน
  3. NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ

เมื่อยินยอม เว็บไซต์จะโหลด Google Tag Manager เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและการคลิกไปยังช่องทางติดต่อ คุณเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ