B-Liv Thailand ข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่องทางของแบรนด์ สอบถามข้อมูล 095-397-0015

ชานม น้ำหวาน และน้ำผลไม้: เลือกเครื่องดื่มอย่างไรเมื่อดูแลสุขภาพตับ

ดูน้ำตาลต่อหน่วยบริโภค ขนาดแก้ว และส่วนผสมในเครื่องดื่ม พร้อมตัวอย่างอ่านฉลากและทางเลือกที่ปรับได้ในชีวิตประจำวัน

ยังไม่ได้ตรวจทานรายเรื่องโดยแพทย์หรือเภสัชกร · อ่านรายละเอียด

ภาพประกอบชานม น้ำผลไม้ ผลไม้ทั้งผล น้ำเปล่า และน้ำตาล

ให้ดูทั้งชนิดเครื่องดื่ม ปริมาณที่ดื่มจริง และความถี่ น้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มที่ติดคำว่าธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่มีน้ำตาล การเปลี่ยนแก้วที่ดื่มประจำเป็นจุดเริ่มต้นที่จับต้องได้ โดยไม่ต้องหาเครื่องดื่มล้างตับ

01

ทำไมต้องนับเครื่องดื่มด้วย

เวลาทบทวนอาหาร หลายคนนึกถึงข้าวกับของว่าง แต่ลืมชา กาแฟปรุงหวาน น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ แนวทางอาหารของ NIDDK สำหรับไขมันพอกตับกล่าวถึงการลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะแหล่งฟรุกโตส

การอ่านหัวข้อนี้ไม่ใช่การสรุปว่าเครื่องดื่มแก้วเดียวทำให้เกิดโรค ความหมายอยู่ที่รูปแบบการดื่มทั้งวันและต่อเนื่องหลายวัน รวมกับอาหารและสุขภาพด้านอื่นของแต่ละคน

อ้างอิง: NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ

02

อ่านให้ครบทั้งต่อหน่วยและต่อขวด

ก่อนเทียบผลิตภัณฑ์ ให้ดูว่าตัวเลขน้ำตาลอ้างอิงต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ต่อ 100 มิลลิลิตร หรือต่อทั้งภาชนะ หากใช้ฐานต่างกัน ตัวเลขที่ดูน้อยกว่าอาจไม่ใช่ปริมาณที่คุณได้รับจริง

ตัวอย่างสมมติ: ฉลากระบุน้ำตาล 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วย และหนึ่งขวดมีสองหน่วย หากดื่มหมดขวดจะเท่ากับ 24 กรัม ตัวอย่างนี้อธิบายการคูณหน่วย ไม่ใช่การกำหนดโควตาน้ำตาลสำหรับผู้มีโรคตับ

เช็กสามตำแหน่งก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่อ่านสิ่งที่ต้องเทียบ
ขนาดหนึ่งหน่วยบริโภค คุณดื่มเท่าหนึ่งหน่วยหรือมากกว่านั้น
จำนวนหน่วยต่อภาชนะ ทั้งขวดหรือทั้งกล่องรวมเท่าไร
น้ำตาลและส่วนผสมที่เติม มีไซรัป นมหวาน หรือส่วนผสมอื่นที่ยังไม่รวมในฉลากหรือไม่

ตารางเป็นวิธีอ่านข้อมูล ไม่ได้จัดอันดับเครื่องดื่มหรือกำหนดปริมาณสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

อ้างอิง: US FDA — อ่านหน่วยบริโภคบนฉลากโภชนาการ

03

น้ำผลไม้กับผลไม้ทั้งผลต่างกันตรงไหน

NIDDK แยกคำแนะนำเรื่องผลไม้ในมื้ออาหารออกจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงน้ำผลไม้ จึงไม่ควรตีความคำว่า “มาจากผลไม้” ว่าดื่มได้ไม่จำกัด การกินผลไม้ทั้งผลและการดื่มน้ำผลไม้ไม่ใช่สิ่งที่แทนกันได้ทุกด้าน

ถ้าเลือกน้ำผลไม้ ให้ดูปริมาณที่ดื่มจริงและฉลากเช่นเดียวกับเครื่องดื่มอื่น ส่วนผู้ที่มีเบาหวานหรือข้อจำกัดอาหารจากโรคร่วม ควรถามผู้ดูแลเรื่องปริมาณและการจัดเข้ากับมื้ออาหาร

อ้างอิง: NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ

04

ปรับแก้วเดิมให้เหมาะกับชีวิตจริง

เริ่มจากแก้วที่ดื่มบ่อยที่สุดก่อน เช่น เปลี่ยนจากแก้วใหญ่เป็นขนาดเล็ก ลดสิ่งที่เติม หรือสลับบางแก้วเป็นน้ำเปล่า เลือกสิ่งที่ทำได้ต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกแก้วในวันเดียว

คำว่า “หวานน้อย” ของแต่ละร้านอาจใช้สูตรต่างกัน จึงควรดูขนาดแก้วและถามส่วนผสมที่ปรับได้ด้วย เป้าหมายของตัวอย่างต่อไปนี้คือช่วยตั้งคำถามกับร้าน ไม่ใช่รับรองเมนูใดว่าป้องกันโรค

ตัวอย่างการสั่งแบบมีข้อมูล
สถานการณ์ทางเลือกที่ลองพิจารณา
ดื่มชานมทุกบ่าย ลดขนาดและถามว่าปรับน้ำตาลหรือส่วนผสมหวานใดได้
ซื้อเครื่องดื่มบรรจุขวด เทียบฉลากบนฐานปริมาณที่ดื่มจริง
กระหายน้ำระหว่างวัน เตรียมน้ำเปล่าให้หยิบง่าย
อยากได้รสผลไม้ พิจารณาผลไม้ทั้งผลเป็นส่วนหนึ่งของมื้อที่เหมาะกับตนเอง
05

ติดตามพฤติกรรม ไม่ใช้เครื่องดื่มเป็นการรักษา

จดจำนวนแก้วและส่วนผสมที่เติมสักช่วงหนึ่ง แล้วดูว่ามีอะไรเปลี่ยนได้โดยไม่ทำให้ชีวิตยุ่งยาก หากลดได้บางแก้วถือเป็นข้อมูลสำหรับปรับต่อ ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าเลิกเด็ดขาดกับทุกอย่าง

ไม่มีเหตุให้ซื้อชาดีท็อกซ์หรือน้ำสูตรพิเศษเพื่อชดเชยเครื่องดื่มหวาน หากได้รับการวินิจฉัยโรคตับแล้ว การปรับเครื่องดื่มเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนดูแลและไม่แทนการติดตามผลกับผู้รักษา

อ้างอิง: NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ

สรุปก่อนปิดหน้า

  • เทียบปริมาณต่อหน่วยกับปริมาณที่ดื่มจริงเสมอ
  • คำว่าธรรมชาติหรือหวานน้อยไม่แทนข้อมูลฉลาก
  • เริ่มเปลี่ยนเครื่องดื่มที่ดื่มเป็นประจำและทำต่อได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. NIDDK — อาหารและโภชนาการเมื่อมีไขมันพอกตับ
  2. US FDA — อ่านหน่วยบริโภคบนฉลากโภชนาการ

เมื่อยินยอม เว็บไซต์จะโหลด Google Tag Manager เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและการคลิกไปยังช่องทางติดต่อ คุณเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ